ครั้งหนึ่งในชีวิต : พิธีพระราชทานปริญญาบัตร KMUTT 2553 รับ 2555

เมื่อวานนี้ (4/10/2555) ก็เป็นวันที่เด็กบางมด (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี) ที่จบในปีการศึกษา 2553 รอคอยกันมาจะเกือบ 1 ปี นั่นคือวันเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เนื่องจากปีที่แล้วได้เกิดมหาอุทกภัยที่สร้างความเดือนร้อนไปเกือบทั้งประเทศ รวมทั้งเด็ก 3 พระจอม

ก่อนที่จะถึงวันนี้ (ขอเก็บข้อมูลไว้เป็นความทรงจำดีๆในรูปของบทความ อาจดูเวอร์และยาวไปบ้างก็ขอให้ทำใจกันหน่อยนะคะ 555)

================================================

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2555

วันนี้ตื่นตี 3.50 น. เพราะนัดช่างมาแต่งหน้าตีห้า ก็ไปถึงพอดีๆ แต่กว่าจะได้แต่งก็เกือบหกโมงเช้า ช่างดันดูคิวผิดทำให้ไปแซงเพื่อนคนนึงซึ่งมาก่อนด้วย ขอโทษจริงๆนะจะ ไม่ได้ตั้งใจ คือจะมีคนทำอยู่ 3 หน้าที่เป็นการแบ่งงานอย่างดีใช้ประโยชน์แก่งานอื่นๆได้ คนแรกทารองพื้น คนสองแต่งหน้า คนสามทำผม ก็รวดเร็วดี โดนช่างกันคิ้วด้วย หายไปครึ่งนึงและก็แต่งหน้ามาขาวมาก ผมไม่ค่อยถูกใจด้วย แต่โดยรวมแล้วโอเค อยู่ทนอยู่นานถึงเย็น พอเย็นๆเริ่มโอขึ้นเพราะไม่ขาวมากละ พอแต่งหน้าไปได้สักพักฝนก็ตกฉลองให้เลย  เสร็จก็ต้องเดินลุยฝนไปหาอาหารทาน รองเท้าเริ่มเละ แล้วก็ไปถ่ายรูปหมู่ต่อ

การถ่ายรูปหมู่ คณะเราก็เป็นคณะแรกๆ มีการเรียกแถวเมื่อถึงเวลา ก็มาแบบเฉียดๆเพราะลืมของไว้ต้องรอให้เพื่อนเอามาให้ด้วย แล้วก็จัดแถวเรียงคนตามความสูง เราอยู่ช่วงกลางๆ เดินไปขึ้นสแตนด์ถ่ายภาพ ข้าพเจ้าได้อยู่ตรงกลางระหว่างอธิการ กับ คณบดีเลย สำหรับข้าพเจ้านะ โห๊ะๆ คิดว่ามีดวงและโชคดี   คือต่อแถวมาแล้วถูกตัดให้ไปข้างหน้าพอดี

หลังจากถ่ายรูปหมู่เสร็จก็ไปเข้าพิธีปัจฉิมของคณะซึ่งจัดที่หอสมุด (ฝนหยุดและแดดเริ่มออกแล้ว) ระหว่างทางก็ได้ถ่ายรูปกับอาจารย์บางท่านด้วย เนื่องจากข้าพเจ้าได้เกียรตินิยม อันดับที่ 2 ^^ จึงมีที่ซึ่งจัดไว้ให้นั่งเฉพาะ แยกออกมาไว้เพื่อรับเหรียญได้ง่ายๆ มีชื่อติดที่เก้าอี้ด้วย แต่อยู่หลังพี่ๆปริญญาโทและเอก

รอสักพักก็มีการนำขบวนอาจารย์โดยน้องๆนักศึกษาชั้นปีต่างๆ และตัวแทนบัณฑิตเข้ามาในหอประชุม ด้วยเสียงเพลงจากน้องๆที่ช่วยขับร้อง เพลงของมหาวิทยาลัย พิธีเริ่มขลัง

พอถึงที่หมาย คณบดีจุดธูป เทียน บูชาพระรัตนตรัย ตามด้วยการกล่าวของตัวแทนบันฑิตแต่ละสาขาในคณะ ประธานหลักสูตรก็พูดต่อเนื่องกันไป พูดกันได้ดี มีเฮฮาเล่นมุขกันเป็นระยะๆ (ผมก็ตื่นเต้นเหมือนกัน พูดกันหลายคนมาก จนพอถึงคิวคณบดี คณบดีก็เลยพูดบ้างเล่นเอาฮาเลย แต่ตบมุขด้วย คงไม่ตื่นเต้นแล้วหละพูดมาทุกปี 555)

พอพูดจบก็มีการแจกเหรียญให้เกียรตินิยมอันดับ 1,2 โดยคณบดี ภูมิใจคะ พอหมดอาจารย์ทุกท่านก็เริ่มมอบเหรียญแก่คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เกียรตินิยม คนที่เข้าร่วมงานได้เหรียญกันหมด แต่จะดูได้ที่สาย ถ้าปริญญาตรีที่ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ก็ได้สายห้อยเหรียญเป็นสีทอง อันดับ  2 ก็สีเงิน อื่นๆก็สีส้ม แต่สีส้มสวยแหะ 555 ระหว่างนั้นมีมีฉายวิดีโอที่ถ่ายทำกันสดๆร้อนๆมากเมื่อเช้า ถ่ายปุปทำวิดีโอปัป ร้อนๆเลย อิอิ

พอเสร็จในส่วนของการแจกเหรียญ (เท่าทีรู้คือคือคณะอื่นไม่มี) ก็มีการจับมือกันร้องเพลง ทุกคนเลย ทั้งอาจารย์และนักศึกษา สามัคคีชุมนุมภาคภาษาอังกฤษด้วยก็มั่วๆกันไป แต่เห็นสีหน้าของแต่ละคนก็ยิ้มแย้มกันดี อาจารย์ก็ร้องด้วย ชื่นใจ หัวใจพองโต และมีความสุข

เสร็จพิธีก็ไปรับของที่ระลึก แก้วที่แจกดันหมดที่ข้าพเจ้าพอดีก็เลยอดไป แต่ยังได้ของอื่นๆอยู่ก็โอเค ชอบมีที่ห้อยคอ สมุดจด ปากกา และอื่นๆ

เสร็จแล้วก็ไปเดินถ่ายรูปแปปๆ ก่อนไปรับข้าว ซึ่งที่คณะจัดข้าวอย่างหรู (อาจไม่ถึงกับหรูมากแต่ปกติไม่ค่อยได้กินอย่างนี้ก็เท่านั้น) มาให้จากการบินไทย เป็นอาหารกล่องใหญ่พอควร ในกล่องก็ประกอบด้วยข้าวผัดแซลม่อน สลัด ผลไม้ น้ำส้ม ก็อร่อยดีนะ มีไข่ดาว กับผักแกล้มด้วยมั่ง เยอะจนทานไม่หมดเลย

หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปอีกสักหน่อยก่อนเดินไปเข้าร่วมการซ่อมย่อยครั้งที่ 1

—————————————————————————————-

การซ้อมย่อยครั้งที่ 1 ก็ยังอยู่ในวันแรก

ก็มีการตั้งแถวก่อนขึ้นหอประชุมขนาดใหญ่ ตอนแรกที่ไปนั่นเป็น ป.ตรี คนเดียวส่วนเพื่อนๆยังไม่มา พอใกล้ถึงเวลาพี่ๆก็มากันน่าจะครบแล้ว แต่ป.ตรี มากันน้อยมาก จนต้องถึงกับโทรตามเพื่อนๆ เพราะมัวแต่ถ่ายรูปกันแล้วไม่ดูเวลา คือมันทำให้รู้ถึงความรับผิดชอบของ ป.ตรี กับ ป.โท, เอกเลยว่าต่างกันนะ ข้าพเจ้าก็ป.ตรีอยู่นะ แต่ไม่ได้ไปถ่ายรูปกับใครก็เลยมาเลย เลยมาเร็ว ท้ายสุดแล้วถึงแม้เพื่อนจะมากันทัน อาจเลยเวลาไปบ้าง ทันขึ้นหอประชุม แต่ก็ดูไม่ดีละนะ จริงมั้ย

อันนี้ซ้อมแค่คณะเดียว ก็มีการให้ซ้อมหลายรอบอยู่น่าจะสองถึงสามรอบนะ ใครทำผิดก็โดนตีกันไป ไม้ใหญ่มาก มีคนถือสองคน ตำแหน่งที่จะถูกตีคือ เหยียบไม่ถึงเส้น ลืมเอางาน “การกระดกมือขึ้นทำความเคารพ” และเผลอทำอย่างอื่นนอกเหนือจากที่ซ้อมเช่นไปโค้งตอนรับปริญญา แต่วันนี้รอดมาได้ ที่จริงทำผิดทุกรอบเลย อาจารย์ที่มาแจกแทนทำหน้าเอือมระอาให้เห็นแวบๆ เพราะที่จริงก็รู้จักกัน อาจารย์คงคิดว่าผิดหลายรอบแล้วแหะ ทั้งเอามือไปรับสองข้าง โค้ง ลืมเอางาน ลืมถอนสายบัว เรียกได้ว่าแทบจะทำผิดทุกอย่างที่อาจารย์ได้กล่าวมาเลย แต่อาจารย์เดินไปที่อื่นพอดี เลยรอด แอบเซงเล็กๆ นึกว่าจะง่ายแต่ไม่ง่ายเลย มีการจับเวลาด้วย ต้องได้ 30 คนใน 1 นาทีมั่ง แต่รู้สึกเวลาโอเคอยู่ อาจารย์เลยไม่ได้ว่าไรมาก แถมชมเล็กๆ ก็ดีไป

================================================

วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน 2555

ก็ซ้อมที่มหาวิทยาลัยเช่นเดิม แต่เพิ่มความยากขึ้น ด้วยการรวมหลายๆคณะไว้ด้วยกันละ น่าจะประมาณ 2000 คนได้ มีอาจารย์โหดๆมาเพิ่ม แถมว้าก ด้วย ของขึ้นๆ

ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวมากับกระโปรง เนื่องจากใส่ชุดธรรมดามาได้

ก็วันนี้ต้องมาเช้าแต่มีถ่ายรูปกับพี่ๆที่นัดมาก่อน แต่น้องชายดันทำให้สาย ทำให้ต้องรีบถ่ายรูป และทำให้ต้องวิ่งไปที่หอประชุมเกือบไม่ทัน หอบเลย ได้นั่งริมๆด้วย ตามเลขที่ ได้ 1711 (เลขสวยงาม) ออกง่ายๆ ได้นั่งคุยกับอาจารย์ที่ภาคที่มาช่วยดูแลเรื่องการฝึกซ้อมด้วย ซ้อมคราวนี้โดนตีละ ป้าบๆ หลายที แดงเลย ลืมเอางาน  กับหลายอย่าง พอจะทำอีกรอบอาจารย์ประกาศขึ้นมาก่อนเลยว่า ใครลืมเอางานโดนซ่อม (ตอนแรกนึกว่าจะจับคัดออกไม่ให้ไปรับปริญญาเลยยิ่งกลัว) ตอนนั้นกลัวเลย พอขึ้นไปเลยทำไม่ผิด 555 ช้าแต่ชัวร์เอา อิอิ ต้องโดนขู่ก่อนถึงทำถูก นิสัย

วันนี้ตอนระหว่างรับก็มีการแจกหนังสืออนุสรณ์ เข็มวิทยฐานะ บัตรจอดรถ และอื่นๆ

ในหนังสือก็จะมีหน้าของพวกเราทุกคนที่จบในชุดครุย รูปเราที่ส่งไปออกแนวเจ้าเลห์นิดๆด้วยหละ ฮารูปตัวเอง ส่วนใครได้เกียรตินิยมก็จะมีโบว์เด่นๆไว้บอกด้วย เรียงตามคณะ สาขา และก็ ID ก็ภูมิใจ

เข็มวิทยฐานะสวยมากมีการสลักชื่อไว้ทุกอัน ส่วนคนได้เกียรตินิยมก็มีสลักบอกไว้ที่ด้านหลังด้วย คือสวยงามมากจริงๆ ชอบๆ

วันนี้เสร็จก็กลับบ้านเลยเหนื่อยมาก กินข้าวไม่ทันอีกตั้งหาก แต่ไหวตัวทันทานขนมปังไปหนึ่งก้อนก่อน แต่ก็พอไปได้แปปเดียวท้องก็ร้องแล้ว กว่าจะได้ทานข้าวก็บ่ายๆ ไปข้าวร้านแรกข้าวก็ดันหมดอีก เลยต้องย้ายร้าน ยังดีที่ร้านที่สองมีขายก็อิ่มไป พอถึงบ้านก็พักผ่อน

================================================

วันอังคาร ที่ 2 ตุลาคม 2555

วันนี้ก็ซ้อมใหญ่ที่ไบเทคแล้ว ซ้อมเช้ามาก อาจารย์นัดทุกคนที่จะเข้ารับ มา 6 โมง วันนี้ก็ตื่น 3.50 น. อีกแล้ว ง่วงมาก ตอนแรกพ่อบอกจะไปด้วยแต่เปลี่ยนใจให้ไปกับรถมหาวิทยาลัย ก็ต้องไปถึงตีห้า ก็ถึงพอดีๆ แต่กว่ารถจะออกก็ทำเอาเราใจเสียเล็กๆ เพราะออกเกือบตีห้าครึ่ง (ตอนแรกนึกว่าใช้เวลาเป็นชั่วโมงถึงไบเทค ก็ทำใจไว้ละว่าอดรับปริญญาแน่เลย) แต่รถสามารถทำเวลาไปถึงไบเทคเวลา 5.40 น. เร็วมาก แต่รถดันไปจอดที่ VIP ตรงที่อาจารย์สามารถเดินเข้าได้เลย แต่เราเดินเข้าไม่ได้

เราเลยไปเข้าห้องน้ำก่อนเดินไป พอเดินก็หลงๆเพราะ ไม่ค่อยจะได้มาบ่อยๆ ได้พี่ยามแถวนั้นแนะนำและเปิดประตูบางบานให้ ซึ่งก็น่ากลัว นึกว่าจะโดนลวงไปฆ่าซะแล้ว แหอะๆมันมืดมาก แต่ไม่มีอะไร (สงสัยดูหนังแนวสยองขวัญมากไป) พอออกมาใกล้ถึงที่ก็ดันลืมมือถือไว้ที่ห้องน้ำอีก วิง่กลับไปใหม่ เวลาก็เกือบๆจะหกโมงละ รีบวิ่งใหญ่ หอบมากวันนั้น แต่ก็ถึงที่หมายทันเวลาพอดี สกิลที่เพิ่มขึ้นคือ วิ่งส้นสูง แหอะๆ

ถึงเวลาทางอาจารย์ก็เริ่มเรียกเข้าไป คนเยอะมาก เดินได้ทางเดียวไม่สามารถย้อยไปไหนๆได้ โดยมีคนตรวจเล็บก่อน ซึ่งเราก็ผ่านสบายๆ แต่มีคนจำนวนไม่น้อยซึ่งโดนตัดเล็บอยู่ข้างหน้านั่น จนเสียงดังสนั่นกันเลยทีเดียว ก็อบๆๆๆๆ

พอเข้าไปในหอจัดแถวก็มีคนยืนอยู่ค่อนข้างมากแล้ว ก็เดินไปหาอาจารย์ เซ็นชื่อ แล้วก็รอ สักพักพอครบถ้วน ก็เริ่มเดิน เนื่องจากได้อยู่แถวหน้าสุดของชุด 2 เลยได้เดินเป็นชุดแรกๆ

มีช่วงเข้าแถวอาจารย์คนนึงเอาของมาแจกเด็กๆเราก็แอบหวังไว้ว่าจะได้ทานขนม ตาวิ้งๆมากตอนนั้นแอบดีใจ ที่ไหนได้ดันเป็นของเล่น TT กบกระโดด (อาจารย์บอกว่าให้เอาเคล็ดว่าชีวิตได้ก้าวกระโดด) น้ำลายไหลย้อยไปแล้วด้วย เพราะปกติอาจารย์จะเอาช็อกโกเล็ตมาแจก

หลังจากนั้นก็เดินไปเข้าอีกห้องซึ่งมีเวทีและมีเก้าอี้อยู่มากกว่า 4000 ตัว อลังการมาก กว่าจะนั่งกันครบก็ปาไปเกือบชั่วโมง ก็นั่งหลับรอ ที่จริงหลับเป็นพักๆ บ่อยๆอยู่ ง่วงมาก ต้องนั่งเรียบร้อยด้วย TT

วันนี้ก็มีซ้อมสองรอบ รอบแรกให้ลองสัมผัสเวที ลองทำตามที่ซ้อมซึ่งก็มีตะกุตะกักบ้าง ผ่านไปจนเกือบหมด เหลือประมาณ 2-3 แถวหลังๆ หรือมากกว่าเพราะมองไม่เห็น อาจารย์ก็ให้หยุดก่อนเพราะเวลาเลยมานานแล้ว แถวหลังก็อดซ้อมกันไป

รอบสองรันเหมือนจริงแต่คนยังไม่ใช่คนจริงๆ ก็อาจารย์ที่คุมเป็นได้ทุกคนเลย พูดเอง อธิบายเอง ทำเอง เก่งมาก 555 บางทีพวกเราก็แอบฮา แล้วก็ให้พวกเราสัมผัสเวทีกันอีกรอบ โดยในครั้งนี้ให้อาจารย์หรือเจ้าหน้าที่ขึ้นทำการขานชื่อพวกเราด้วย

รอบนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ตอนจบอยู่ๆอาจารย์ก็เรียกให้นักศึกษาบางส่วนอยู่ ซ้อมต่อตอนบ่ายโมงด้วย ยังไม่รู้สาเหตุ ไว้รู้แล้วจะมาบอก แต่ส่วนตัวคิดว่า โชคร้ายแหะ คนที่ถูกตัดดันเป็นคนที่เรารู้จักเป็นหลานของน้าคนนึงซะด้วย แต่ ณ ขณะนั้นหิวมากไม่สนใจใครละ เดินจะกลับก่อน

พอเสร็จก็เดินออกจะไปหารถที่มาตอนเช้า ก็จำไม่ค่อยจะได้ว่ามาจากทางไหน เพราะให้เดินไปทางเดิมก็ไม่ได้เพราะฝนตกหนักมาก ไม่ได้เอาร่มมาด้วย เลยต้องเลาะๆไป ก็หลงอยู่นาน เปียกไปบางส่วน พอไปถึงรถยังไม่มีคนเลย เราก็ติดแหง็กอยู่ที่ลานจอดรถซะแล้ว เพราะตอนแรกวิ่งฝ่าฝนมายังตกแบบปอยๆ แต่ตอนจะออกไปฝนดันตกหนัก ก็ยืนรอแบบเซงๆ แถมหิวอีกด้วยเนื่องจากวันนี้ข้าพเจ้าไม่ได้ทานข้าวตั้งแต่เช้าจนบ่ายกว่าๆ ก็ยังไม่ได้แตะน้ำกับอาหาร รู้สึกได้ว่าจะหน้ามืดๆ ก็มีโทรไปคุยๆกับพ่อให้ช่วยจัดการบ้างแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ตอนแรกก็ทำใจไปละ

รอได้พักใหญ่ก็มีรถอีกคันของมหาวิทยาลัยจะกลับก็เลยขอกลับกับเค้าด้วย ดีที่มีที่นั่ง และก็ถึงบ่ายสองกว่าๆ หิวจัดแถมฝนก็ตกอยู่แต่ปอยๆละ

มาถึงมหาลัย น้ำท่วมด้วย ยังคิดเลยว่ามีใครไปบนไว้ให้ไม่ตกช่วงซ้อมหรือเปล่า พอเลิกซ้อมปุป ตกกระหน่ำกันเลยทีเดียว แทบเอาเรือมาแล่นได้ ถามตัวเอง เอาละจะหาข้าวกินได้ไหม สรุปทางที่เราจะเดินไปหาข้าวทานนั้นยังไม่ท่วม เลยได้แต่ฝ่าฝนไปหาข้าว ก็จัดหนักไปเต็มที่ อิ่มถึงดึก สรุปวันนั้นทานข้าวมื้อเดียวเลย

เย็นนั้นก็นอนหลับสบายไป

================================================

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม 2555

วันจริงแล้ว เย้ๆ แวะทานข้าวมันไก่ และไปส่งน้องก่อนไป นัดกับช่างแต่งหน้าทำผมมาประมาณ 8 โมงก็พอดีๆ แต่งหน้าแถวๆนั้นใกล้ๆไบเทค เสร็จประมาณ 9 โมง วันนี้แม่ชมว่าสวยด้วย อิอิ

ก็เดินทางไปถึงไบเทคเพื่อถ่ายรูป แดดก็ร้อนมากพอควร พ่อกับแม่แต่งตัวดูดีมาก เดินไปเรื่อยๆ ถึงที่จัดก็จองรูปก่อนเลยและก็เข้าไปนั่งเล่นในที่พักญาติ

ไปๆมาๆก็นั่งใกล้ๆญาติเพื่อน ขำๆ นั่งดูวิดีโอ ที่น้าที่รู้จักนั่งตัดต่อมาจากงานตอนซ้อมใหญ่ นั่งรอเวลา แล้วก็ไปหาข้าวทานกันหิว ก็ได้ข้าวไก่ย่างมา (เพิ่งนึกได้ตอนกำลังจะกินไปว่าเมื่อเช้าทานข้าวมันไก่มา) แพงพอควร 45 บาทแหนะ นิดเดียว พอทานข้าวเสร็จก็ไปหาห้องน้ำก่อนเข้าแถว เพราะวันนี้ถ้าพระเทพมาปุป หมดสิทธิ์เข้าห้องน้ำทันที ซึ้งใช้เวลาเกือบ 6 ชั่วโมง นานพอควร เดี๋ยวจะอั้นไม่ไหว

เข้าห้องน้ำเสร็จก็ไปยืนรอเรียกแถวละ พอถึงเวลาก็เข้าไปจัดแถวเช่นเดิม ระหว่างนั้นอาจารย์ก็ตรวจสิ่งของต้องห้าม คือห้ามแทบทุกอย่างยกเว้นกุญแจรถแบบธรรมดา หรือกุญแจบ้าน แต่ถ้าผู้ชายจะได้กระเป๋าตังเข้าไปด้วยแต่ห้ามเหรียญ

สักพักก็เริ่มกังวลเรื่องเข้าห้องน้ำก็เลยไปต่อแถวอีกรอบที่ห้องน้ำ คนเยอะมาก ได้เข้าไปเป็นคนท้ายๆก่อนเค้าเรียกพอดีๆ เกือบไป ก็ไปตั้งแถวเป็นระเบียบแล้ว สักพักอาจารย์ก็ปล่อยให้เข้าห้องน้ำอีกรอบ แต่เราไม่เข้าละ ยังไม่ปวด

สักพักก็เริ่มปล่อยแถวพร้อมกัน 3 แถว ซึ่งเราคือหนึ่งในนั้น

เดินออกจากห้องจัดแถวก็มีการตรวจสิ่งของต้องห้ามอีกรอบ และมีน้องๆยืนอยู่ข้างๆ สองฝั่ง และก็เข้าหอประชุมไป

สัมผัสแรกคือเย็นยะเยือกหนาวมากกก แอร์ลงเต็มๆ และคิดว่าวันนี้จะรอดไหมนี่ถ้าจะไม่เข้าห้องน้ำ แต่ก็นั่งอย่างสำรวมๆไป และก็รอจนนั่งกันจนครบ

สักพักอาจารย์ก็เชิญอธิการมากล่าวให้พวกเราฟัง และมีพิธีอัญเชิญพระมหามงกุฎมา พร้อมๆเสียงเพลงอันไพเราะมากๆของวงคอรัสมหาวิทยาลัย ขนลุกเลย และแทบหลับด้วย เพราะจริงๆ พิธีก็เดินไปอย่างช้าๆ

พอเสร็จอาจารย์คุมก็พูดขึ้นมาว่า ให้เวลาทำธุระ 15 นาที เท่านั้นแหละ แทบจะเป็นเหตุโกลาหลย่อมๆ เมื่อนักศึกษาพร้อมใจกันถอดชุดครุย เพื่อวิ่งไปห้องน้ำ เรานี่เดินไปปานกลางเลย ต่อแถวยาวหน่อย แต่ทันได้เข้า และพอออกมา เค้าก็เริ่มไล่นักศึกษากลับไปนั่งที่และ และอาจารย์ก็เริ่มบอกว่าพระเทพถึงไหนๆ แล้ว

พอใกล้ๆพวกเราก็ยืนเตรียมเคารพท่านไว้ ตอนนี้ทั้งห้องนิ่งสงบมาก แทบไม่มีคนคุยกัน สงบจริงๆ

พอพระเทพมา เพลงสรรเสริญพระบรมีก็บรรเลง พวกเราก็ทำความเคารพ และพิธีการก็เริ่มขึ้น เป็นบุญของเราละ ได้เข้ารับเสด็จด้วย

พวกเราทุกคนในตอนแรกนั้นเชื่อว่าไม่มีใครหลับ พิธีเป็นไปอย่างเรียบร้อยมากๆ การตบมือเป็นจังหวะ และเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในความเห็น ซึ่งแท้จริงอาจไม่เร็ว สักพักก็ถึงแถวข้าพเจ้าแล้ว ตื่นเต้นมากๆ พอขึ้นบนเวทีสติก็เริ่มหลุดลอย แต่ก็พยายามควบคุมและก็ผ่านไปได้ด้วยดี ภูมิใจสุดๆที่มีวันนี้ได้ อาจจะมีผิดพลาดบ้าง จำไม่ได้ พอรับปริญญาจากท่านแล้วก็เดินกลับมานั่งที่ของตัวเอง โล่งละ

พอหมดครึ่งแรกก็มีการพัก ซึ่งไม่มีใครมีสิทธิ์เข้าห้องน้ำแล้ว

พอท่านเสด็จกลับมาพิธีการก็เดินต่อไป มีช่วงนึงรู้สึกมีคนเป็นลมในแถวระหว่างยืนรอเสด็จด้วย แต่ก็กลับมาได้ บางสาขาคนก็ได้เกียรตินิยมกันเยอะจนต้องตบมือยาวถึงเกือบ 2 นาทีหรือมากกว่า

พอรับหมดทุกคน ใช้เวลาถึงเกือบ 6 โมงเย็น ก็มีการกล่าวคำปฏิญาณต่อ ซึ่งก็ผ่านไปได้เกือบดี เสียอย่างเดียวดันมีคนเผลอพูดคำที่ต้องกล่าวเฉพาะคนนำ

พอพระเทพเสด็จกลับ ยัง พิธียังไม่จบเท่านี้ (ข้าพเจ้าคิดว่าหลายคนคงปวดห้องน้ำมากๆแล้ว ณ ตอนนี้ ถ้าข้าพเจ้าก็เกือบ 4 ชั่วโมงแต่ยังไหวอยู่ เพราะทานน้ำไปน้อย) ยังมีต่อ คือการอัญเชิญพระมหามงกุฎกลับมหาวิทยาลัย ไม่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น น้องๆวงคอรัสก็ได้มาร้องเพลงให้กับพวกเราเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง (อันนี้ไม่ว่ากันเพราะร้องเพลงเพราะมาก ขอชื่นชม บางเพลงทำเอาข้าพเจ้าเกือบน้ำตาไหลเลยทีเดียว เพลงย่ำบาง ลาบาง) ท้ายสุดต่อด้วยการร่วมกันร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัย พระจอมเกล้าธนบุรี ประทับใจมากๆ ถึงมากที่สุด

พอจบอาจารย์ก็อนุญาติให้ออกไปกลับบ้านได้ เราก็เดินตามทางมาเรื่อยๆ เดินไปกับเพื่อนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฝดกัน เพราะคล้ายกันมาก เดินเรียงๆกันออกไป พอถึงห้องพักญาติก็มีการกั้นเป็นทางเดินให้บัณฑิตได้เดินไปเรื่อยๆ มีญาติๆ เพื่อนๆ พ่อแม่ พี่น้องเต็ม 2 ข้างทาง คือ ณ ตอนนั้นคิดว่าตัวเองเป็นดาราเลยอะ ชอบมาก อิอิ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนถ่ายรูป สองข้างเลย ฮามาก ครั้งหนึ่งในชีวิตนะ แต่พยายามมองหาพ่อแม่ตัวเองไม่เจอ พอแยกกับเพื่อนก็เลยเออๆนิดหน่อย แต่ยังดีที่นัดพ่อกับแม่ไว้ สรุปที่เดินออกไปกับเพื่อนคือเดินออกไปผิดห้อง ฮาาา ต้องเดินไปเข้าอีกห้อง เจออย่างง่ายดาย และก็รีบไปหาห้องน้ำแล้วกลับบ้านเลย

หิวเล็กๆระหว่างทางก็แวะทานสเต็ก ก็สั่งสเต็กไก่ ทานไปสักพักก็นึกได้ว่า วันนี้ทานไก่ทั้งวันเลย พ่อเลยแบ่งหมูให้นิดหน่อย อร่อยดีไม่แพงมากด้วย

กลับบ้านก็ดูทีวีแว๊บนึง กะว่าจะทันดูข่าวในพระราชสำนัก แต่ไม่ทัน อาบน้ำ ล้างหน้า สระผม(สระยากมากเนื่องจากโดนฉีดสเปรย์ทั้งหัว รวมถึงหน้าที่แต่งเต็มที่ก็ล้างออกยากมาก) เป่าผม และก็นอนเลยจบ ง่วงและเพลียมาก

================================================

อ่อมีการถ่ายทอดพิธีให้ญาติๆบัณฑิตได้ชมกันสดๆในอีกห้องด้วยตอนที่พระเทพยังประทับอยู่

================================================

เล่าถึงน้องชายนิดนึงที่จริงไปงานนี้เหมือนกันแต่ไม่มาหาพี่เลย ไปหาพี่ภาคตัวเองเพื่อโยนรุ่นพี่ ก็เป็นประเพณีที่แปลกๆดี

================================================

การเข้าร่วมครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นความห่วงใยของครอบครัว ญาติๆ ได้พูดกับเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานมาก อาจจะเพราะไม่ว่าง หรือ อยู่ห่างไกล พูดมากขึ้นเข้าใจกันมากขึ้น สนิทกับน้องๆมากขึ้นจากการที่ได้เจอหน้ากัน หรือจะเป็นคนที่ไม่รู้จักกัน แต่ด้วยหน้าที่ทำให้มาอยู่ ณ ที่ๆเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน สำเร็จหรือลำบากไปด้วยกัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงพวกเราให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแรง และเข็มแข็ง

================================================

ท้ายนี้ขอขอบคุณทุกคนที่ทำให้มีวันนี้

ขอบคุณคะ ^^

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: